
สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน 
นานแล้วนะคะ ที่ไม่ได้อัพบล้อคเกี่ยวกับเด็กๆอย่างจริงๆจังๆ
เนื่องด้วยเหตผลหลายประการ ถึงแม้เด็กๆจะเพิ่มขึ้นทุกๆวัน
(อัพเดทครอบครัวเด็กๆใหม่แล้วค่ะ อันเก่าเชยไปนิด สมาชิกเริ่มเยอะแล้ว)
แต่เด็กๆทุกๆคนสบายดีค่ะ ตอนนี้นอกจากฮินะฮิเมะที่อยู่กับซ้าคที่นี่แล้ว
ก็โดนแพ็คลงกระเป๋าย้ายไปไว้ที่อื่นเพราะที่บ้านเคลียข้าวของหลังน้ำท่วม
อยู่ แย่จริงๆเลยนะคะน้ำท่วมเนี่ย
หนึ่งปีผ่านไป อะไรมากมายก็ผ่านตาม
สิ่งเลวร้าย 
สิ่งดี 
ยังไงก็ยังนึกถึงเพื่อนๆที่เล่นดอลด้วยกันมาตลอด
ยิ่งเมื่อวานเห็นแกลบอัดขวดวางขายในห้าง ดูจิ้มลิ้ม
ยิ่งนึกถึงใหญ่เลยค่ะ ฮา
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ผ่านไป 4 ปีแล้วที่เล่นดอลมา
มีดอลทั้งหมด 5ผู้ใหญ่ 11เด็ก 1กระต่าย และ 3หัว
เสื้อผ้า ของใช้มากมาย เคยเอาเครื่องคิดเลขมา
คำนวนตังที่เสียไปคร่าวๆ พอรวมไปซักพัก
เริ่มเวียนหัว รวมคร่าวๆหมดทุกอย่างเริ่มคลื่นไส้
พอดีกว่า อย่ามาคิดถึงดอลที่ขายไปแล้วเงิน
ปันผลที่ขาดทุนเลย มันอาจจะทำให้เราช็อคตาย
ได้จริงๆ 5555 ปัจจุบันก็ยังกินแกลบเหมือนเดิมค่ะ
เคยคิด เคยจิตตกตอนขายดอล เคยรู้สึกผิดมากมายว่าเค้าเป็นสิ่งมีชีวิตนะ
ทำไมทำกับเค้าแบบนี้ ดราม่า หลายซับหลายซ้อน โอ้
จนมาถึงจุดหนึ่ง ก็คิดได้ว่า ใช่ ตุ๊กตาสิ่งของทุกอย่าง ที่มีจิตใจได้
ก็เพราะเรามีความรู้สึกนึกคิด มีจินตนาการ มีอะไรหลายๆอย่างมากมาย
ที่ทำให้เราคิดว่าเค้ามีวิญญาณ แต่ท้ายที่สุดแล้ว หากการที่เรา
มีเด็กๆ มีตุ๊กตา แล้วเราต้องมานั่งทุกข์ มานั่งจิตตกหากเราจะต้องขายเค้าไป
คิดในแง่ของความเป็นจริงแล้ว เค้าควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขไม่ใช่หรอ
ถ้าเราต้องมานั่งรู้สึกไม่ดีกับทุกๆอย่าง ตัวเราเองนี่แหล่ะ ที่จะไม่มีความสุข
ที่เราเห็นว่าตุ๊กตาไม่มีความสุข เพราะเราไม่มีความสุข ที่เราเห็นว่าเค้ามีความสุข
ก็เพราะเรามีจิตใจที่สามารถจินตนาการถึงความสุขได้ต่างหาก แต่ซ้าคก็ยังมีความรู้สึก
ว่าเด็กๆทุกคนมีชีวิตเสมอนะคะ ก็เป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตเสมอ
ทั้งนี้ทั้งนั้นที่พูดมาก็อยากจะบอกว่า บางที ลำดับความสำคัญของคนแต่ละคน
ก็ต่างกันไป บางคนอาจจะรักดอล แต่ก็มีหลายสิ่งในชีวิตที่เข้ามามากมาย
จนความสำคัญของเด็กๆก็อาจจะน้อยกว่าสิ่งอื่นๆในชีวิต ไม่ใช่เรื่องแปลก
หรือเรื่องผิดค่ะ วันนึงเราอาจจะคิดว่า ให้ตายยังไงเราก็ไม่ปล่อยเด็กของเราออก
ไปหรอก แต่วันนี้มีเหตจำเป็น หรืออาจจะไม่มีเหตจำเป็นก็ได้ ต้องทำให้ขายดอล
ออกไป มันก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องผิดเรื่องตายตรงไหน ไม่ใช่เรื่องแย่ ไม่ใช่เรื่องโลกแตก
อย่างน้อยครั้งนึงเราก็เคยมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันนินา ไม่เห็นเป็นไรเลย
อย่าไปวิตกกับทุกๆเรื่องในชีวิต เพราะวันหนึ่งหากคุณมีเรื่องล้านแปดพันเก้าเข้ามา
แล้วยังจะวิตกกับทุกเรื่องล่ะก็ คุณจะรับกับมันไหวอยู่หรอ เพราะวันนี้เราคิดมากไป
ปัญหามันก็ไม่หายไปไหน เอาเวลาที่เราจะต้องเครียดกับมัน ไปทำอย่างอื่นที่เราสบายใจดีกว่า
หกสิบวินาทีของความทุกข์ที่เราใช้ไป คือหนึ่งนาทีของความสุขที่เราเอามันกลับคืนมาไม่ได้
ยังไงการมองโลกในแง่ดีไว้ ก็ทำให้เราสบายใจแล้วก็สุขใจมากกว่าการมองคนในแง่ร้าย
ถึงแม้เค้าจะแย่ยังไงก็ตาม (เราก็อาจจะเอามานินทา 55555+ เหมื่อนที่ใครหลายๆคนทำ)
แต่จริงๆแล้วทุกคนเค้าก็ คงมีเหตผลของตัวเค้าเอง แค่เราอาจจะไม่เข้าใจ แต่เราก็ไม่จำเป็น
จะต้องไปเข้าใจทุกๆคนที่อยู่บนโลกก็ได้ ถึงบางทีเราก็อยากจะลองเข้าใจดูบ้าง (เอะยังไง)
ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดีหรอกค่ะ ไม่มีใครอยากให้คนมาว่าร้าย มาด่า หรือมาใส่ร้ายทั้งนั้นแหล่ะค่ะ
พอพูดแล้วก็นึกถึงเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาแล้วหลายปี แต่ก็ยังค้างคาใจซ้าค
ซ้าคเคยมีเพื่อนคนนึงนะคะ เคยสนิทกันมาก วันนึงก็อยากให้เค้ามาเห็นที่เขียนเหมือนกัน
เพื่อนคนนี้ซ้าคเคยรักมากๆ เด็กกว่าซ้าค 2-3ปี ถึงจะไม่ใช่เพื่อนรักที่สุดแต่ก็สนิทมาก
แล้วก็รักเหมือนน้องคนนึง จนวันนึง เราไปเที่ยวทะเลกัน ไปกัน 4 คน กับเพื่อนรักของซ้าค
ด้วย พยามจะแยกซ้าคออกจากเพื่อนซ้าคอย่างแปลกๆ เหมือนถ้าซ้าคจะไปคุยกับเพื่อน
แล้วเค้าก็จะมาแยกวง แล้วก็แย่งเพื่อนซ้าคไปคุย ซ้าคก็เฉยๆไม่ได้ว่าอะไร แค่งงๆ
แล้วหลังจากคราวนั้นกลับมาที่บ้าน เค้าก็เริ่มนินทาซ้าคให้เพื่อนซ้าคฟัง แต่พอดีซ้าคได้ยินเข้า
แล้วก็บอกว่าซ้าคเห็นแก่ตัวนิสัยไม่ดีให้เพื่อนซ้าคฟัง
ก็รู้สึกแย่ค่ะ ตอนได้ยินนี่ หน้าชา มือชา หัวชา คิดไรไม่ออก เหมือนโดนตบหน้า
ทำไมไม่บอกเราตรงๆ ว่าเราทำอะไรผิด เพราะสิ่งที่เธอพูดออกมา มันไม่ใช่อย่างงั้นเลย
อะไรหลายๆอย่างก็ไหลเข้ามาในหัวนะคะ เรื่องที่เค้าเคยทำไว้หลายๆอย่าง ที่เรารู้สึกแย่
แต่ก็ให้อภัยเสมอมา เคยนัดเราออกไปข้างนอกเราก็ออกไปทั้งๆที่แม่ไม่ค่อยอยากให้ออก
แล้วก็ให้เรายืนรอคนเดียวเกือบ 4 ชั่วโมง จนเค้ามา เคยให้เราไปเที่ยวด้วย แต่เรียกเพื่อน
ผู้ชายออกมาเดท แล้วทิ้งเราให้เดินตามด้านหลัง อะไรหลายๆอย่างที่เรารู้สึกไม่ชอบ แต่
ก็คิดว่า เพื่อนนี่เนอะ ไม่เห็นเป็นไรเลย ตอนมีปัญหาอะไรเราก็อยากจะช่วยเสมอ มาค้างที่บ้าน
เราทำกับข้าวให้กิน เรียกให้มาช่วยเก็บจาน ไม่อยากทำเราก็ทำให้ ทำให้เสมอ เพราะคิดว่า
เป็นเหมือนน้องคนนึง
แต่กลายเป็นว่าวันนี้เราเป็นคนไม่ดี ที่เธอเห็นว่าเราเห็นแก่ตัวและนิสัยเสีย ความรู้สึกที่เราให้ไป
กลายเป็นแค่การกระทำที่ว่างเปล่า
พอเรากลับไปว่าเค้าว่าทำไมทำแบบนี้ อย่างงั้นอย่างงี้ก็กลายเป็นว่าเค้าบอกว่าไม่อยากคุยกับเรา
อีกแล้ว เพราะเราพูดจาตรงเกินไป ไปว่าเค้า อ้าว ทีตัวเองยังว่าเราได้เลยอะ
ชั่วเวลาหนึ่งให้หลัง เพื่อนเคยไปถามว่าทำไมไม่คุยกัน คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้เราตกใจเข้าไปใหญ่ว่า
เค้าบอกว่า ซ้าคคิดว่าเค้ามาอิจฉาซ้าค เค้าเลยไม่อยากคุยกับซ้าค
เฮ้อ ถ้าเราคิดแบบนั้นจริงๆ เราก็คงไม่สามารถคิดว่าเค้าเหมือนน้องสาวเราคนนึงได้หรอก
นี่เค้าไม่เห็นจริงๆหรอว่าซ้าคเคยจริงใจกับเค้ามากแค่ไหนเนี่ย
อาจจะมีคนสงสัยว่า แล้วทำไมซ้าคไม่ลองเข้าไปคุยกับเค้าล่ะ
อ้าว โดนไล่มาขนาดนั้นแล้ว เราหน้าด้านเข้าไปทักครั้งนึงแล้วเค้ายังไม่อยากคุยกับเราอีก
จะให้เราตื้อเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ กับคนอะไรที่ไม่แคร์เราไปทำไมนะ
เลยคิดว่าหากวันนึงเค้าคิดอะไรได้ คงเข้ามาคุยกับเราเองล่ะมั้ง (ฮา)
จนถึงวันนี้ เรื่องนี้มันก็ยังคาใจ ว่าตกลงที่เค้าเคยบอกว่าเค้ารู้สึกดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับเรา
มันเป็นแค่เรื่องโกหกหรือนี่
หากเธอได้มาอ่าน ก็หวังว่าเธอคงจะสบายดี หากเคยมีความจริงใจให้กันก็อยาก
ให้มาเปิดอกคุยกันหน่อยก็คงดีไม่น้อย มันคาใจ หากเรานิสัยไม่ดี ไม่ชอบใจจริงๆ
เราก็จะสบายใจมากที่จะเลิกคุยเพราะเธอไม่ชอบเราจริงๆ ดีกว่าเฟ้คเหตผล
เพื่อปกป้องภาพพจน์ตัวเองนะ
เคยเจอไหมคะ คนที่ ยึดติดกับราคาของวัตถุมาก ยึดติดกับคำว่ารวย คำว่าจน ยึดติดกับ ฐานะ
คิดว่าทุกคนคงเคยเห็น เคยเจอ เคยผ่านตา หรืออาจจะรู้จักใครที่เป็นแบบนี้ บางทีถึงกับต้อง
เอากระเป๋าแบรนเนมที่ตัวเองซื้อมา ถ่ายลงเฟซบุค ว่าเพิ่งจะซื้อมา ว่าเพิ่งจะได้มา ราคาแพงนะ
เคยเจอบางคนลงราคาไว้ด้วย
บางทีก็คิดนะคะว่า คนพวกนี้ซื้อของเหล่านี้ไปเพราะชอบหรือ
เพราะอยากได้หน้าตาทางสังคมนะ กลายเป็นการอยากแข่งกับคนอื่น ว่าชั้นมีมากกว่า ชั้นมี
ของที่เหนือกว่าคนอื่น ซ้าคก็เห็นว่าแปลกดี หากเค้าอยากจะมีความสุขกับความรู้สึกเหล่านั้น
สำหรับซ้าค ซ้าคมีความสุขกับการที่ ได้แต่งตัวในแบบที่ชอบ ตามอารมณ์ ใส่ในสิ่งที่ชอบ
ถือกระเป๋าใบที่ชอบ ใส่รองเท้าคู่โปรด แล้วออกไปร่อนข้างนอกกับคนที่ตัวเองรัก สนุกดีออกค่ะ
มันรู้สึกคอมพลีทดี 555+ จะถูกจะแพง แต่ทุกอย่างที่ใส่เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีจริงๆมากกว่า
ซ้าคก็เป็นคนนึงที่อยากมีเงินเยอะๆค่ะ อยากมีเงินเยอะแยะเลย อยากซื้อเด็กๆ ซื้อชุดเด็กๆ ซื้อของ
ซื้อกระเป๋าเสื้อผ้า ของทุกอย่างที่ตัวเองอยากได้ คงมีความสุขน่าดู ทุกคนก็คงมีอะไรที่อยากได้
ความอยากไม่ใช่เรื่องผิดเลยนะคะ อยากโน่นอยากนี่อยากมากมาย (เอวานจังซักสิบคนอะไรแบบนี้อะ
)
เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกๆคน ก็คือ คน นิคะ มีหัวใจ มีความรู้สึกมากมาย แต่แล้ว หากเราทำให้
ความอยากของเรา มาทำให้ เราทุกข์ มันก็ คงจะไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกมั้งคะ
บางทีก็ต้องมีความคิดว่า อย่างน้อยเราก็ มีในสิ่งที่เราจำเป็นแล้ว ไม่ได้ขาดอะไรแล้วซักหน่อย
มีเท่าที่มีแค่นี้ก็มีความสุขจะตายแล้ว (แต่ถ้ามีเด็กโย่เพิ่มขึ้นซัก 5 คนก็คงจะดีไม่น้อย
แอร๊)
คิดอยู่เสมอว่า แค่นี้เราก็โชคดีแค่ไหนแล้ว หากคนที่เค้าไม่มีอะไรเลย ยังมีความสุขได้ เราก็ต้องมีความสุขได้เหมือนกัน
ปล. เมื่อวานเห็นขอทานนั่งห่มผ้าอยู่ใต้สะพานแล้วนอนอ่านไบเบิ้ล รู้สึกแอบซึ้งยังไงบอกไม่ถูกนิดๆนะคะ ..เอะ หรือเค้าจะใช้
เป็นเพียงแค่ที่รองหมอน "OTL
เอนทรี่นี่ยาวจัง เหมือนตัดพ้อตั้งแต่ต้นปี
แต่ก็เหมือนระบายความในใจหลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัวสำหรับปีที่แล้วละกันนะคะ ฮา
ยังไงก็ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญมากๆนะคะ 